วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อันตรายจากไฟฟ้า

ไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านทั่วไปเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ มีความต่างศักย์ไฟฟ้า 220 โวลต์ สาย ไฟฟ้าที่เดินเข้าภายในบ้านมี 2 เส้น เส้นหนึ่งเรียกว่า เส้นมีศักย์ หรือสายมีไฟ (line, L)อยู่สายบน อีกเส้นหนึ่งเรียก สายกลาง หรือสายที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เมื่อเทียบกับพื้นดิน (neutral, N)แผงไฟรวม เป็นจุดที่สาย N และ L ต่อเข้าบ้านมารวมกันที่จุดนี้ และทำหน้าที่ควบคุม การจ่ายพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน บนแผงอาจประกอบด้วย1. สะพานไฟ หรือ คัทเอาท์ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตัดหรือต่อวงจรไฟฟ้า สายไฟ 2 เส้นบนแผงควบคุมไฟฟ้าจะมีสะพานไฟรวม 1 ตัวและอาจมีสะพานไฟย่อย อีกหลายตัวเพื่อแยกควบคุมการส่งพลังงานในชั้นต่างๆหรือตามห้องทำให้สะดวกในการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า สะพานไฟจะมีตัวเลขบอก ค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุดและความต่างศักย์สูงสุดที่สามารถรับได้ ถ้าได้รับกระแสมากเกินกำหนดจะร้อนจนละลายหรือไหม้ได้้ เพื่อป้องกันอันตรายนี้จึงมีการติดฟิวส์ไว้ด้วย2. ฟิวส์ ทำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อมีกระแสไฟฟ้าเกิน ฟิวส์ที่อยู่บนแผงควบคุมไฟฟ้า จะต่อกับสายมีศักย์เพียงเส้นเดียว มีหลายแบบ เช่น แบบเส้น แบบก้ามปู แบบหลอดแก้ว แล้วแต่ชนิดของงานที่นำไปใช้ ขนาดที่ใช้ขึ้นกับปริมาณกระแสไฟฟ้า ที่ต้องการให้ผ่านโดยฟิวส์ไม่ขาด ฟิวส์มาตรฐานทำด้วยโลหะผสมที่มีจุดหลอมเหลวต่ำ เช่น ดีบุกกับตะกั่ว3.สวิทซ์อัตโนมัติเป็นส่วนที่ช่วยตัดกระแสไฟฟ้าในวงจรเมื่อมีขนาดเกินกำหนดข้อดีคือหลังจากหาสาเหตุและแก้ไขการเกินขนาดของกระแสไฟฟ้าแล้วก็กดปุ่มที่สวิตซ์อัตโนมัต ิให้ทำงานต่อไปได้ หลักที่ใช้ในการทำงานของสวิตซ์อัตโนมัติ คือ การใช้แผ่นคู่ควบความร้อน หรือโลหะคู่ ซึ่งมีความไวในการตัดวงจรมากกว่าฟิวส์ตัวอย่าง การต่ออุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะต่อแบบขนาน เพื่อว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใดเสียหรือไม่ใช้ก็สามารถใช้เครื่องอื่นได้ต่อไป ให้พลังงานแสงสว่าง ได้แก่หลอดไฟฟ้าธรรมดา และหลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดไฟฟ้า ทำด้วยหลอดแก้ว ภายในหลอดบรรจุก๊าซเฉื่อยเพื่อให้ไส้หลอดไม่ขาดง่าย ไส้หลอดทำด้วยโลหะที่มีจุดหลอมเหลวสูง เช่น ทังสเตน เมื่อมีกระแสไฟฟ้าผ่านไส้หลอดร้อนและเปล่งแสงสว่างออกมา หลอดฟลูออเรสเซนต์หรือหลอดเรืองแสง ทำด้วยหลอดแก้ว ภายในสูบอากาศออกเกือบหมด แล้วบรรจุปรอทไว้แทน ผิวด้านในฉาบสารวาวแสง เมื่อรังสีอุลตราไวโอเลตตก กระทบจะเกิดการเรืองแสง หลอดฟลูออเรสเซนต์ต้องทำงานร่วมกับสตาร์ตเตอร์และแบลลัสต์ โดยต่อเป็นวงจรสตาร์ตเตอร์ (S) ทำหน้าที่จุดไส้หลอดจะต่อขนานกับหลอด ส่วนแบลลัสต์ ทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านหลอดจะต่ออนุกรมกับหลอด อันตรายและการป้องกันที่เกิดจากการใช้ไฟฟ้า คือ1. การลัดวงจรหรือไฟช๊อต เกิดจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดพร้อมกัน ทำให้ค่าความต้านทานลดลงมาก (เพราะต่อแบบขนาน) กระแสไฟฟ้าที่ไหลในวงจรจะเพิ่มขึ้นจนฉนวนหุ้มละลาย ถ้าวงจรไม่ถูกตัดขาดอาจเกิดการลุกไหม้หรือเกิดประกายไฟฟ้า จากตัวนำของสายไฟแตะกันผู้ใช้ต้องตรวจดูแลรักษาอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้อยู่ในสภาพดี และไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันหลายอย่างที่เต้าเสียบเดียวกัน2. ไฟฟ้ารั่ว เกิดจากฉนวนหุ้มสายไฟฉีกขาด ตัวนำไปแตะกับโครงโลหะของเครื่องใช้ ไฟฟ้า ทำให้โครงโลหะมีศักย์ไฟฟ้าสูงเมื่อเทียบกับพื้นดิน ถ้าร่างกายไปแตะกับโครง โลหะนี้จะมีกระแสไฟฟ้าผ่านเข้าสู่ร่างกายไปยังดินได ้ เรียกว่า ไฟฟ้าดูด ส่วนอันตรายที่เกิดจะขึ้นอยู่กับปริมาณและบริเวณที่กระแสไฟฟ้า ไหลผ่านร่างกาย การป้องกันทำได้โดยการต่อสายดินกับเครื่องใช้ไฟฟ้า สายดินหรือสาย E เป็นสายไฟที่ต่อจากโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้ากับอีกปลายหนึ่ง ต่อกับแท่งโลหะ นำไปฝังในดินลึกสายดินช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายถูกไฟฟ้าดูด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น